การโจรกรรมทางวิชาการ หรือ Plagiarism คืออะไร
นิยามการโจรกรรมทางวิชาการ (Plagiarism)
ที่มา การโจรกรรมทางวิชาการ Plagiarism
Plagiarism คืออะไร? การโจรกรรมทางวิชาการ (Plagiarism) นิยาม คือ การคัดลอกผลงานหรือขโมยคามคิดของคนอื่น โดยไม่อ้างอิงให้ถูกต้อง
การกระทำที่เข้าข่าย Plagiarism ศึกษาได้จากเว็บไซต์ plagiarism.org เช่น การคัดลอกข้อความ หรือ ความคิดของผู้อื่นโดยไม่อ้างอิง หรือ ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในแหล่งที่มาของข้อความที่นำไปใช้ ไม่ใช้เครื่องหมาย ” “ เพื่อแสดงว่าคัดลอกมาฯลฯ
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้คือ
- ระบบอินเทอร์เน็ตที่ทำให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และง่าย
- ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้สำเนาข้อมูล (copy and paste) ได้อย่างง่าย
ความหมายของคำว่า Plagiarism
ที่มา Plagiarism โจรกรรมทางวรรณกรรม
Plagiarism คืออะไรนะ? คำว่า Plagiarism (เพล้ต-เจอ-ริ-ซึ่ม) มีรากศัพท์มาจากคำละติน Plagiarius มีความหมายว่า “ผู้ลักพาตัว” ราชบัณฑิตยสถานบัญญัติคำว่า Plagiarism ไว้ 2 คำคือ “โจรกรรมทางวรรณกรรม” (สาขาวรรณกรรม) กับ “การลอกเลียนวรรณกรรม” (สาขานิติศาสตร์) หมายถึงการกระทำที่เป็นการแอบอ้างงานเขียน หรืองานสร้างสรรค์ดั้งเดิมของผู้อื่นทั้งหมด หรือนำมาบางส่วนมาใส่หรือมาใช้ในงานของตนเองโดยไม่มีการอ้างอิง แหล่งที่ได้ข้อมูลมา
Plagiarism เป็นรูปแบบหนึ่งของความไม่สุจริตทางวิชาการ (academic dishonesty) ในยุโรปสมัยโบราณนักวิชาการ (Scholar) มีความรอบรู้อย่างยอดเยี่ยมถ่ายทอดความคิดเป็นหนังสือ โดยการเขียนต้นฉบับด้วยลายมือของตนเอง รวมทั้งวิเคราะห์วิจารณ์งานเขียนของนักวิชากาอื่นๆ ได้อย่างอิสระ ในสมัยนั้นยังไม่มีการพิมพ์ ไม่มีการจัดหน้าหนังสืออย่างเป็นระบบ จึงไม่มีระบบมาตรฐานของการอ้างอิง (citation)
ความไม่สุจริตทางวิชาการเกิดขึ้นมานานแล้วนับย้อนหลังไปในประเทศจีน Plagiarism คืออะไร? เมื่อหลายพันปีมาแล้วในการสอบบรรจุข้าราชการมีการทุจริตการสอบทั้งๆ ที่มีโทษถึงตายทั้งผู้เข้าสอบและผู้คุมสอบ ในสหรัฐอเมริกาในทศวรรษ 1800-1900 นักศึกษากระทำการทุจริตกันมากมาย เมื่อย่างเข้าศตวรรษที่ 20 องค์กรนักศึกษา (fraternity) กระทำการที่เรียกว่า “โรงงานผลิตบทความ” (Research mill) โดยการเก็บบทความ (Research) ของนักศึกษาไว้จำนวนมาก และให้นักศึกษาคนอื่นๆ นำไปใช้ส่งอาจารย์หมุนเวียนต่อไปเรื่อยๆ เพียงเปลี่ยนชื่อนักศึกษาในบทความ ส่วนเนื้อหาเหมือนเดิมหรือแก้ไขเล็กน้อย
โปรแกรมตรวจสอบการลอกเลียนวรรณกรรม
ที่มา โปรแกรมตรวจสอบการลอกเลียนวรรณกรรม (Plagiarism Detection Software)
โปรแกรมตรวจสอบการลอกเลียนวรรณกรรม (Plagiarism Detection Software) เป็นเครื่องมือช่วยในการตรวจสอบผลงานเพื่อป้องกันการลอกเลียนวรรณกรรม
สำหรับผลงานภาษาอังกฤษ: Turnitin โปรแกรมตรวจสอบการคัดลอกผลงานทางวิชาการ (Plagiarism) แสดงผลการเทียบซ้ำเป็นระดับเปอร์เซ็นต์ พร้อมทั้งชี้แหล่งข้อมูลที่ซ้ำ ซึ่งแหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบมาจากอินเทอร์เน็ต บทความวารสารของสำนักพิมพ์ต่างๆ และจากผลงานที่นักศึกษาทั่วโลกอัพโหลดขึ้นไปเก็บไว้ในคลังข้อมูลของ Turnitin นอกจากนี้ยังสามารถจัดการและสร้างห้องเรียนออนไลน์ รวมทั้งประเมินและให้คะแนนผลงานของนักศึกษาผ่านทางออนไลน์
สำหรับผลงานภาษาไทย: อักขราวิสุทธิ์ เป็นระบบตรวจจับการลักลอกวิทยานิพนธ์ โดยตัวระบบได้พัฒนาขึ้นเพื่อป้องกันการลักลอกงานเอกสารอันมีลิขสิทธิ์ในฐานข้อมูล ระบบตรวจสอบความคล้ายคลึงของเอกสารจากฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์และสารนิพนธ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฐานข้อมูลวารสารวิชาการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฐานข้อมูลรายงานการวิจัยและหนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และฐานข้อมูลวิกิพีเดีย รองรับไฟล์ .doc หรือ .docx และ pdf ที่มีขนาดไม่เกิน 50 MB การเข้าใช้งานให้กรอกชื่อ นามสกุล อีเมล์แอดเดรสของมหาวิทยาลัยเท่านั้น และดาวน์โหลดไฟล์ที่ต้องการตรวจสอบ ระบบจะส่งอีเมล์แจ้งผลเมื่อตรวจสอบเสร็จสิ้น และสามารถรอดูรายงานผลการทดสอบเมื่อการตรวจสอบเสร็จสิ้นได้
Plagiarism (การโจรกรรมทางวรรณกรรม) หรือ การลอกเลียนวรรณกรรม หมายถึง การลอกงานเขียน ความคิดหรืองานสร้างสรรค์ดั้งเดิมทั้งหมดหรือบางส่วนที่เหมือนหรือเกือบเหมือนงานดั้งเดิมของผู้อื่นมาแอบอ้างเป็นงานดั้งเดิมของตนเอง ในวงวิชาการ Plagiarism (การโจรกรรมทางวรรณกรรม) โดยนิสิตนักศึกษา อาจารย์หรือนักวิจัยถือเป็น “ความไม่สุจริตทางวิชาการ” หรือ “การฉ้อฉลทางวิชาการ” และผู้กระทำผิดจะต้องถูกตำหนิทางวิชาการ Plagiarism (การโจรกรรมทางวรรณกรรม) ในงานสื่อสารมวลชนถือเป็นละเมิดจรรยาบรรณทางวารสารศาสตร์ นักข่าวที่ถูกจับได้โดยทั่วไปจะถูกลงโทษทางวินัยตั้งแต่พักงานถึงการถูกให้ออกจากงาน สำหรับบุคคลทั่วไปที่ถูกจับได้ว่าทำPlagiarism (การโจรกรรมทางวรรณกรรม) ทางวิชาการหรือทางงานหนังสือพิมพ์มักอ้างว่าได้กระทำลงไปโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยลืมใส่อ้างอิง หรือใส่คำประกาศกิตติคุณ ที่เหมาะสมไว้ ปัญหาPlagiarism (การโจรกรรมทางวรรณกรรม) เป็นปัญหาที่เกิดมานานนับศตวรรษมาแล้วซึ่งเป็นแบบรูปเล่ม การพัฒนาทางอินเทอร์เน็ตที่บทความปรากฏในรูปของอีเล็กทรอนิกส์ ทำให้งานคัดลอกทำได้เพียง “ลอก” ข้อความในเว็บมา “ใส่” ไว้ในอีกเว็บหนึ่งอย่างง่ายดายที่เรียกว่า “การคัดลอก-แปะ” Plagiarism (การโจรกรรมทางวรรณกรรม) ต่างกับการละเมิดลิขสิทธิ์แม้ทั้งสองคำนี้ใช้กับพฤติกรรมที่คล้าย ๆ กัน เพียงแต่เน้นการละเมิดที่ต่างมุมกัน การละเมิดลิขสิทธิ์เป็นการละเมิดสิทธิ์ด้วยการไม่บอกกล่าวกับผู้ถือลิขสิทธิ์ แต่ขณะเดียวกัน ในอีกด้านหนึ่งPlagiarism (การโจรกรรมทางวรรณกรรม) เกี่ยวข้องกับการสร้างชื่อเสียงให้ตนเองของผู้กระทำด้วยการแอบอ้างว่าตนเป็นผู้เขียน