รู้หรือไม่ว่า “ใครเป็นคนสร้างการบ้าน”

ใครเป็นคนสร้างการบ้าน?

บทความ “รู้หรือไม่ว่า ใครเป็นคนสร้างการบ้าน” โดย ทีมนักเขียน HW

ใครเป็นคนสร้างการบ้านในบทความนี้ ผมนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ ใครเป็นคนคิดค้นการบ้าน หรือ ผู้ที่คิดค้นการบ้าน ครับ เราทุกคนล้วนเคยทำการบ้านมาก่อนครับ นักวิชาการบางท่านมองว่าการบ้านไม่ได้เป็นเพียงกิจวัตรประจำวันของนักเรียนเท่านั้น เพราะเป็นปฏิสัมพันธ์ที่สำคัญระหว่างโรงเรียนและครอบครัวด้วยครับ ดังนั้นในช่วงหลังจากการขยายการศึกษาในช่วงศตวรรษที่ 19 และศตวรรษที่ 20 นี้ เจ้าการบ้านที่ว่านี่มักจะนำไปสู่ความตึงเครียดระหว่างครอบครัวและโรงเรียน เพราะมันสะท้อนความสามารถของผู้ปกครองในการควบคุมเวลาของลูกๆ และ บทบาทของผู้ปกครองเองในการศึกษาของลูกๆ ครับ มีการเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านการบ้านเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยมุ่งไปที่การปกป้องสิทธิของผู้ปกครองและนักเรียน นักวิจารณ์ท่านหนึ่งที่เข้าร่วมการเคลื่อนไหวนี้ระบุว่า ชีวิตของครอบครัว ทั้งในเชิงวัฒนธรรมหรือการสันทนาการ ถูกจำกัดอย่างร้ายแรง เนื่องจากที่โรงเรียนรุกล้ำเวลาครอบครัวด้วยการมอบหมายการบ้านให้นักเรียนทำในเวลาหลังเลิกเรียน นักวิจารณ์บางท่านกล่าวว่าการบ้านเป็นเหมือนบาป (Sin) ของพวกเด็กๆ การต่อต้านการบ้านยังสะท้อนอิทธิพลของความรู้ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสุขภาพและพัฒนาการของนักเรียนที่เพิ่มขึ้นในระดับสากลด้วยครับ อิทธิพลดังกล่าวกระตุ้นให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาแบบก้าวหน้า (Progressive Education) ซึ่งละทิ้งวิธีการสอนและการเรียนรู้แบบท่องจำ เพื่อสนับสนุนแนวทางการศึกษาแบบ Child-Cantered หรือ แนวทางการมีนักเรียนเป็นศูนย์กลาง นักการศึกษาหลายท่านแย้งว่าไม่ควรมีการบ้านระบอบการศึกษานี้ โดยเฉพาะในระดับประถมศึกษา ดังนั้น ในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 นโยบายของโรงเรียนในหลายชุมชนทั่วสหรัฐอเมริกาจึงมีคำสั่งให้ลดหรือยกเลิกการบ้านไปเลยครับ

อย่างไรก็ตาม ตลอดยุค Mass Education (1890-1930) ผู้ปกครองส่วนใหญ่ดูเหมือนจะสนับสนุนการบ้านนะครับ อย่างน้อยก็สนับสนุนในปริมาณกลางๆ เพราะมองว่าการบ้านมีความสำคัญต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ เป็นวิธีที่จะช่วยให้นักเรียนพัฒนาวินัยและความรับผิดชอบของตนเอง ผู้ปกครองหลายๆ ท่านมองว่าการบ้านไม่ใช่การบุกรุกเวลาของครอบครัวแต่เป็นวิธีที่จะทำให้รู้ว่าโรงเรียนให้การศึกษาแก่บุตรหลานของตนอย่างไร ในช่วงทศวรรษที่ 1930 ผู้ปกครองหลายๆ ท่านมองว่าการบ้านเป็นการเชื่อมโยงระหว่างผู้ปกครองกับชีวิตในโรงเรียนของบุตรหลานตนเองด้วยครับ

2 ทศวรรษต่อมา ผู้ปกครองอีกท่านหนึ่งระบุว่าการบ้านเป็นวิธีเดียวที่ทำให้ผู้ปกครองสามารถติดตามสิ่งที่เกิดขึ้นในโรงเรียนได้ ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญเริ่มมีความสอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้ปกครองมากขึ้น หลังจากที่สหภาพโซเวียตปล่อยดาวเทียมสปุตนิก ในปี 1957 นักการเมือง พ่อแม่ ผู้ปกครอง และ นักการศึกษาในสหรัฐอเมริกา กังวลว่าระบบการศึกษาจำเป็นต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้สามารถแข่งขันกับเทคโนโลยีของสหภาพโซเวียตได้ ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือการมุ่งเน้นด้านวิทยาศาสตร์ และ คณิตศาสตร์ ที่ท้าทายระบอบการศึกษาแบบก้าวหน้า และในขณะเดียวกัน การมุ่งเน้นนี้จุดประกายความสนใจในการใช้การบ้านเพื่อสนับสนุนเป้าหมายทางวิชาการที่มีความทะเยอทะยานของสหรัฐอเมริกา

ในช่วงทศวรรษที่ 1980 เกิดการเคลื่อนไหว Back-to-Basics ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเข้ามาแทนที่วาทกรรมการศึกษาแบบก้าวหน้าก่อนหน้านี้ การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความสำคัญของการบ้านต่อการส่งเสริมความสำเร็จทางวิชาการ คุณธรรม และ ความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ตลอดจนการสนับสนุนและการมีส่วนร่วมผู้ปกครองในด้านการศึกษาของบุตรหลานตนเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ปกครองทั้งหมดสนับสนุนการบ้านนะครับ โดยเฉพาะเมื่อการบ้านมีปริมาณมากเกินไปสำหรับนักเรียน หรือ ชีวิตครอบครัวของนักเรียน ดังนั้นในทศวรรษ 1980 และ 1990 ในสหรัฐอเมริกา นักเรียนยังใช้เวลากับการบ้านไม่มากจนเกินไป นักเรียนมัธยมปลายอาจจะมีการบ้านเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในทศวรรษหลังยุคสปุตนิก ในด้านเวลา การบ้านมีบทบาทเพียงเล็กน้อยต่อนักเรียนอเมริกันส่วนใหญ่ตลอดครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 แม้การบ้านจะเพิ่มขึ้นในช่วงปลายศตวรรษ ในชั้นประถมศึกษานั้นนักเรียนส่วนใหญ่ใช้เวลาในการทำการบ้าน เพียงประมาณ 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งเทียบได้กับประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆ แต่ในขณะเดียวกัน นักเรียนมัธยมปลายในสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่ ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงต่อวันในการทำการบ้าน ซึ่งน้อยกว่าประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆ เป็นอย่างมากครับ ในตอนต้นของศตวรรษที่ 21 นักเรียนมัธยมปลายในหลายพื้นที่ของยุโรป และ เอเชีย ใช้เวลาอย่างมากในการทำการบ้าน แต่ในสหรัฐอเมริกามีช่องว่างขนาดมหึมาชัดเจน ระหว่างวาทกรรมที่สนับสนุนและต่อต้านการบ้าน

ประวัติความเป็นมาของการบ้าน

ใครเป็นคนคิดค้นการบ้าน?

ทำไม ผู้คิดค้นการบ้าน ถึงสร้างการบ้านขึ้นมา และ อะไรอยู่เบื้องหลังการบ้าน?

การประวัติความเป็นมาของการบ้านตั้งแต่ต้น การบ้านมีมาอย่างยาวนานแล้วครับ นักเรียนหลายๆ คนไม่ชอบการบ้านเอาเสียเลย แต่เราไม่สามารถตำหนิพวกเขาได้นะครับ โดยเฉพาะถ้ามีสาเหตุมาจากความเครียด อาการปวดหัว อาการอ่อนเพลีย และ การอดนอน ไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักเรียน ผู้ปกครอง หรือแม้แต่ครูยังบ่นเรื่องการนำการบ้านกลับมาทำที่บ้าน สำหรับนักเรียนนับล้านทั่วโลก การบ้านยังคงเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันในฐานะนักเรียน แม้ว่าจะเป็นหนึ่งในสาเหตุของความเครียดและความกังวลใจก็ตาม จนทำให้เราต่างสงสัยกันว่า ใครเป็นคนคิดค้นการบ้าน ในสื่อออนไลน์ มีหลายบทความที่ระบุว่า Roberto Nevilis เป็นนักการศึกษาคนแรกที่สร้างการบ้านขึ้นมา โดยสร้างขึ้นเพื่อลงโทษนักเรียนที่ขี้เกียจ และ ทำให้นักเรียนเหล่านี้ได้เรียนรู้บทเรียนอย่างเต็มที่มากขึ้น อย่างไรก็ตามครับ ข้อมูลเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจาก Blog การศึกษาที่คลุมเครือเป็นส่วนใหญ่ หรือ Forum ที่มีผู้ตั้งคำถามขึ้นมา แล้วมีคนมาตอบกันลอยๆ ทั้งนี้ สื่อ หรือ เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ ไม่เคยพูดถึงชื่อ Roberto Nevilis ว่าเป็นผู้สร้างการบ้านครับ นักวิชาการบางท่านเชื่อว่า Roberto Nevilis อาจไม่เคยมีอยู่จริง

“การบ้านในยุค Ancient Rome”

ใครเป็นคนสร้างการบ้าน-02นักวิชาการระบุว่าการกล่าวถึงคำว่า “การบ้าน” (Homework) มีขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงโรมโบราณ ในคริสต์ศตวรรษที่ 1 Gaius Plinius Caecilius Secundus หรือ “Pliny the Younger” ผู้ซึ่งเป็นครูในด้านทักษะการพูดสุนทรพจน์ สร้างการบ้านขึ้น โดยขอให้ผู้ติดตามฝึกพูดในที่สาธารณะ ขณะอยู่บ้าน เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจ และ พูดได้อย่างคล่องแคล่วมากขึ้น แต่มีนักวิชาการบางท่านแย้งว่างานที่ Pliny the Younger มอบหมายนั้น ไม่ใช่งานเขียนแบบที่นักเรียนต้องทำที่บ้านเหมือนในปัจจุบันเลย เฉพาะคนเก็บตัวที่กลัวการพูดในที่สาธารณะเท่านั้นที่จะพบว่าการพูดเป็นงานที่ยากและเครียด อย่างไรก็ตาม นักวิชาการหลายท่านมองว่างานที่ Pliny the Younger มอบหมายเป็นส่วนสำคัญของการศึกษาตั้งแต่ยุคนี้ครับ มีอยู่ตั้งแต่แรกเริ่มของการเรียนรู้ เป็นเหมือนแสงส่องทางให้กับบรรดาผู้ไร้ที่พึ่งและหลงทาง ซึ่งหมายความว่าชาวโรมัน นักปรัชญา และพระในยุคนี้ ล้วนอ่าน จดจำ และพูดได้ดี ด้วยการฝึกฝนในลักษณะดังกล่าว (ก่อนที่การบ้านจะได้รับคำจำกัดความเสียด้วยซ้ำครับ)

“การบ้านสมัยใหม่” Horace Mann (ฮอเรซ แมนน์) 

ใครเป็นคนสร้างการบ้าน-03.JPGถ้าถามว่า ใครเป็นคนสร้างการบ้าน ใครที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้างการบ้าน ในศตวรรษที่ 19 Horace Mann (1796–1859) นักการเมือง และ นักปฏิรูปการศึกษาชาวอเมริกัน มีความสนใจในระบบการศึกษาภาคบังคับของเยอรมนีในฐานะรัฐชาติที่รวมเป็นหนึ่งเดียวเป็นอย่างมาก ในยุคนั้น นักเรียนที่เรียนใน Volksschulen (People’s Schools) จะได้รับคำสั่งให้ทำการบ้าน ซึ่งต้องทำให้เสร็จที่บ้าน (ในช่วงเวลาที่ตนเองกำหนดเอง) คำสั่งนี้เน้นย้ำถึงอำนาจของรัฐที่มีต่อปัจเจกชนในช่วงเวลาที่ผู้รักชาติกำลังรวบรวมการสนับสนุนให้รัฐเยอรมันเป็นปึกแผ่น โดยทั่วไปแล้วนั้น รัฐใช้การบ้านเป็นองค์ประกอบในการสร้างอำนาจ แม้จะมีต้นกำเนิดทางการเมืองก็ตาม ระบบการนำการบ้านกลับมาทำที่บ้านได้แพร่กระจายไปทั่วยุโรป และ ในที่สุด Horace Mann ซึ่งอยู่ในปรัสเซีย (Prussia) ในขณะนั้น ก็ได้รู้จักกับการบ้าน เขานำระบบการบ้านกลับไปที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งหลังจากนั้น การบ้านได้กลายเป็นกิจกรรมประจำวันในชีวิตของนักเรียนไปเลยครับ

แม้ว่าการบ้านจะเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การศึกษาแบบอเมริกันที่เป็นสากลในปัจจุบัน การบ้านกลับไม่ได้รับการยอมรับในระดับสากลในยุคแรกๆ จากประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา ในปี 1901 เพียงไม่กี่ทศวรรษหลังจาก Horace Mann นำเสนอแนวคิดนี้แก่ชาวอเมริกัน การบ้านถูกแบนในรัฐแคลิฟอร์เนีย มีการสั่งห้ามไม่ให้มอบหมายการบ้านแก่นักเรียนที่มีอายุน้อยกว่า 15 ปี และ คำสั่งห้ามนี้มีผลบังคับใช้จนถึงปี 1917 ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน สื่อที่มีชื่อเสียง เช่น The New York Times และ Ladies’ Home Journal ได้ตีพิมพ์ข้อความจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ และ ผู้ปกครอง ซึ่งระบุว่าการบ้านเป็นอันตรายต่อสุขภาพของนักเรียน จนในปี 1930 สมาคมอนามัยเด็กอเมริกัน (American Child Health Association) ประกาศการบ้านเป็นการใช้แรงงานเด็ก (Child Labour) ประเภทหนึ่ง เนื่องจากได้มีการออกกฎหมายต่อต้านการใช้แรงงานเด็กในช่วงเวลาดังกล่าว ถ้อยแถลงระบุว่าการบ้านเป็นแนวปฏิบัติทางการศึกษาที่ยอมรับไม่ได้ ทำให้ทุกคนสงสัยว่าทำไมการบ้านถึงสร้างขึ้นตั้งแต่แรก จนถึงในช่วงการปฏิรูปการศึกษาแบบก้าวหน้า ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 นักการศึกษาเริ่มมองหาวิธีที่จะทำให้การบ้านเป็นส่วนตัวมากขึ้น และ เกี่ยวข้องกับความสนใจของนักเรียนแต่ละคนมากขึ้นครับ

ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามเย็นทำให้การแข่งขันระหว่างสหรัฐอเมริกา และ รัสเซีย ร้อนแรงขึ้น การเปิดตัวของสปุตนิก 1 ในปี 1957 ทำให้การแข่งขันระหว่างชาวอเมริกันและรัสเซียเข้มข้นขึ้น รวมถึงเยาวชนของทั้งสองประเทศด้วย หน่วยงานด้านการศึกษาในสหรัฐอเมริกาตัดสินใจว่าการบังคับใช้การบ้านกับนักเรียนอเมริกันทุกช่วงอายุอย่างเข้มงวด เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเสริมสร้างความรู้ด้านวิชาการให้เยาวชนโดยเฉพาะในการแข่งขันด้านคณิตศาสตร์ และ วิทยาศาสตร์ ในปี 1986 ข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐอเมริการะบุว่า งานใดๆ ที่เป็นการบ้าน เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ในการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น 3 ปี หลังจากคณะกรรมการความเป็นเลิศด้านการศึกษาแห่งชาติ ตีพิมพ์บทความที่มีชื่อว่า ประเทศกำลังมีความเสี่ยง: ความจำเป็นในการปฏิรูปการศึกษา (Nation at Risk: The Imperative for Educational Reform) บทความนี้ผลกระทบแก่โรงเรียนในสหรัฐอเมริกา ในเชิงการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการศึกษาในทิศทางที่น่าตกใจเลยทีเดียวครับ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน นักการศึกษาหลายท่าน นักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนที่เกี่ยวข้อง เริ่มตั้งคำถามอีกครั้ง ว่าเหตุใดการบ้านจึงถูกสร้างขึ้น และ การบ้านยังคงมีคุณค่าอยู่หรือไม่


ข้อมูลอ้างอิง

Baumgartner, M., 2019. Who Invented Homework? The History of a School Staple. [Online]
Gill, B. & Schlossman, S., 2018. Homework. [Online]
Russell, D. R., 1989. The Cooperation Movement: Writing and Mass Education, 1890-1930. [Online]
Through Education, 2020. The History of Homework: Why was it invented and who was behind it?. [Online]


ใครเป็นคนสร้างการบ้าน footerบทความโดย ทีมนักเขียน HW
Academic Writing Experts
LINE id: @orderwork
🆕 Live Chat 💬 คลิ๊กที่นี่
Facebook Messenger 📱 คลิ๊กที่นี่
📖 คลิ๊กเพื่ออ่านบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ